รีวิว | การขอวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษสำหรับคนไทย ( UK Visa for Thai )

Sharing is caring!

อยากเที่ยวอังกฤษแต่ติดที่ Passport ไทยต้องขอวีซ่าก่อนนะเธอ

สำหรับโพสต์นี้เราจะขอมาเล่าประสบการณ์ส่วนตัวกับการขอวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษครั้งที่ 3 ทำไมต้องครั้งที่ 3 นะหรอ ก็เพราะว่าเราเคยโดนปฏิเสธวีซ่ามาแล้ว 2 ครั้งนั่นเองจ้าา

ท้าวความไปเมื่อปี 2013 สมัยเพิ่งจะเริ่มเป็นสาวและมีแฟน (อังกฤษ) ไอ้เราก็ด้วยความที่อยากไปหาเเฟน เเต่ด้วยความเป็นเด็กน้อย ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเล้ยยย ก็ยื่นๆ ไป แบบไม่ได้มีการศึกษาหาข้อมูล ยื่นครั้งเเรกโดนปฏิเสธ อ่ะ ผ่านไปอีก 3 เดือนก็เลยลองยื่นใหม่อีกรอบ ปรากฏว่าก็โดนปฏิเสธเหมือนเดิม หลังจากนั้นฉันจึงเข็ดหลาบ พับโครงการไปยาวๆ จนสุดท้ายผ่านมา 7 ปี อ้าวว ยังคบกับเเฟนอยู่นี่นา คบกันมาตั้งนานไม่เคยไปเยี่ยมครอบครัวเขาเลย อ่ะ ตัดสินใจลองยื่นใหม่อีกครั้งด้วยข้อมูลที่เเน่นปัง

ก่อนอื่นนะคะ ในเคสของเราเป็นเคสที่เรามีงานประจำ เราเลยยื่นไปแบบ Sponsored ตัวเอง เพื่อความสะดวกและไม่ต้องใช้เอกสารมากมายจากทั้งสองฝั่ง เนื่องจากเราเคยมีประสบการณ์ที่เคยถูกปฏิเสธมาก่อนครั้งนี้เราจึงมั่นใจมากในการเเก้ไขจุดบกพร้อมของเรา โดยเราเน้นไปที่เอกสารทางด้านการเงินให้เเน่นที่สุด

ทั้งนี้เราทำด้วยตัวเองทั้งหมดไม่เคยจ้างเอเจนซี่ เอาจริงๆ เราว่าถ้าเอกสารพร้อมหลักฐานการเงินพร้อมทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา โดยขั้นตอนการเตรียมเอกสารของเรานั้นมีดังนี้

 

เอกสารสำหรับการยื่นวีซ่าด้วยตัวเอง

เรายื่นวีซ่าแบบ 6 เดือน ค่าวีซ่า US 121  (ประมาณ 4,000 บาท)

  1. หนังสือรับรองการทำงาน – ขอจากฝ่ายบุคคลที่ทำงานพร้อมระบุวันที่ต้องการลาหยุดในการท่องเที่ยวครั้งนี้ (ซึ่งอาจจะไม่ใช่วันนั้นจริงๆ)
  2. สเตทเม้นต์นย้อนหลัง 6 เดือน – เราใช้บัญชีที่รับเงินเดือนมีเงินหมุนเข้าออกตลอดโดยวันที่ขอสเตทเม้นต์มีเงินในบัญชี 1xx,xxx บาท ซึ่งเราคำนวนแล้วว่าพอสำหรับช่วงเวลาที่ระบุในการเดินทางท่องเที่ยวในอังกฤษ (10 วัน ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม)
  3. Passport ของเราเอง – โดยจะต้องยื่นเล่มจริง
  4. จดหมายเชิญจากแฟน – เขียนอธิบายความสัมพันธ์และทางนั้นได้มีการระบุว่าจะซัพพอร์ตในส่วนของบ้านพักในระยะเวลาบางส่วนที่อยู่ในอังกฤษ ซึ่งในจดหมายก็ระบุไป 10 วัน ตรงกับหนังสือรับรองจากที่ทำงาน แต่ถ้าได้วีซ่าเเล้วเราสามารถอยู่ได้นานจนครบกำหนดระยะเวลาของวีซ่า ทั้งนี้เราขอไว้น้อยวันเพราะให้สอดคล้องกับเงินบัญชีและความเป็นไปได้ในการลางาน  (สำหรับใครที่ไม่ได้ไปเยี่ยมญาติหรือเยี่ยมเเฟนตัดเอกสารส่วนนี้ออกไปได้เลย) ตัวอย่างจดหมายเชิญ >> https://bit.ly/32h1AoF
  5. Passport แฟน – เราใช้ตรงนี้เพื่อซัพพอร์ตจดหมายเชิญว่าคนที่เชิญนี้มีตัวตนจริง และได้มีการแสกนทุกหน้าที่มีการเดินทางเข้าออกไทย เพื่อแสดงความสัมพันธ์ (สำหรับใครที่ไม่ได้ไปเยี่ยมญาติหรือเยี่ยมเเฟนตัดเอกสารส่วนนี้ออกไปได้เลย)
  6. เอกสารซัพพอร์ตอื่นๆ ที่ยืนยันว่าเราจะกลับไทยเเน่นอน – ของเราที่ยื่นไปมี สัญญาซื้อขายคอนโดนพร้อมทะเบียนบ้าน/ใบเสร็จการผ่อนชำระคอนโด/ทะเบียนบ้านตามบัตรประชาชน/บัตรประชาชนของเเม่ที่อาศัยอยู่ที่ไทย/แผนการท่องเที่ยวการเดินทางในระยะเวลา 10 ที่อังกฤษ รวมถึงการจองที่พักแบบยกเลิกได้ (ทุกอย่างเราใช้เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษแปลให้เรียบร้อย ยกเว้น บัตรประชาชน)

 

จะเห็นได้ว่าเอกสารของเราที่ต้องเตรียมนั้นมีค่อนข้างน้อยเนื่องจากว่า เคสเราเป็นการยื่น support ตัวเองในการเดินทาง ถ้าหากกรณีของเพื่อนๆ บางคนที่อาจจะให้ ญาติ เพื่อน หรือเเฟน sponsored ในการขอวีซ่าเข้าอังกฤษ ก็จะมีเอกสารของบุคคลนั้นๆ เพิ่มเติมมา

 

หลังจากที่เราได้รวบรวมเอกสารที่จำเป็นแล้วนั้นขั้นตอนต่อไปคือเข้าไปกรอกแบบฟอร์มการสมัครออนไลน์กับทาง VFS ซึ่งเราเลือกสาขากรุงเทพที่ตึกเทรนดี้ตรงสุขุมวิท ซอย 13

กรอกแบบฟอร์มยื่นวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ คลิก www.gov.uk/standard-visitor-visa/apply

 

ขั้นตอนที่ 1  | กรอกข้อมูลออนไลน์

เริ่มต้นด้วยการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและต้องสอดคล้องกับเอกสารที่เราได้จัดเตรียมไว้ ทั้งเรื่องของวันเดินทาง งบประมาณที่ใช้จ่ายในการเดินทาง และอื่นๆ ทุกๆ อย่างที่กรอกไปนั้นจะต้องสัมพันธ์กันกับเอกสารที่กำลังจะยื่น หลายคนโดนปฏิเสธวีซ่าเนื่องจาก ข้อมูลกรอกออนไลน์ไป กับข้อมูลในเอกสารที่ยื่นไม่ตรงกัน ดังนั้นแต่ละคำถามเราจึงควรทำความเข้าใจให้มากที่สุด

 

ขั้นตอนที่ 2 | ชำระเงินและอัพโหลดเอกสาร

หลังจากกรอกทุกอย่างเสร็จแล้วระบบจะให้เราเลือกอัพโหลดเอกสาร แนะนำให้อัพโหลดออนไลน์เองแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือหากไม่สะดวกสามารถนำเอกสารเพื่อไปแสกน ณ วันที่นัดทำ Biometric โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอยู่ที่ 460 บาท หรือยังมีบริการเสริมอื่นๆ เช่น ยื่นด่วน บริการ SMS เพื่อเเจ้งผล บริการ EMS เพื่อวีซ่าได้รับพิจารณาแล้ว

 

ขั้นตอนที่ 3 | ทำนัดเพื่อนยื่น Biometric

เมื่อชำระเงินและอัพโหลดเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็จะสามารถนัดวันเพื่อเข้าไปทำ Biometric ที่ศูนย์บริการวีซ่า VFS ที่ตึกเทรนดี้ สุขุมวิท 13 หากดำเนินการเสร็จเรียบร้อย จะได้รับเอกสารการยืนยันวันที่นัดหมายดังตัวอย่างด้านล่างนี้

ขั้นตอนที่ 4 | วันยื่น Biometric

เดินทางไปยังศูนย์บริการตามวันที่ได้ทำการนัดหมาย ที่ VFS ตึก Trendy สุขุมวิท 13 แนะนำให้ไปก่อนเวลาสัก 15 นาที ถึงแล้วให้ขึ้นไปชั้นที่ 28 โดยในวันนี้เราได้นำเอาพาสพอร์ตเล่มจริงพร้อมทั้ง copy ของเอกสารที่ทำการอัพโหลดไปแล้วนั้นมาด้วยเผื่อกรณีฉุกเฉิน ในขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่จะเก็บพาสปอร์ตเล่มจริงไปกับใบสมัครวีซ่าของเรา

ด้วยความที่เราอัพโหลดออนไลน์ไปแล้วจึงทำให้ขั้นตอนทุกอย่างนั้นรวดเร็วมาก ใช้เวลาเพียง 20 นาที ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยกลับบ้านได้

 

 

 

ขั้นตอนที่ 5 | สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

หลังจากทำ Biometric เรียบร้อยแล้วก็กลับบ้านมารอฟังผลวีซ่า ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการ ระหว่างนี้จะมีเจ้าหน้าที่โทรมาสัมภาษณ์ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งบางคำถามก็คือคำถามเดิมที่เรากรอกออนไลน์ไปเเล้วนั่นเอง ดังนั้นเราจะต้องตอบคำถามให้สอดคล้องและตรงกัน เพื่อให้การพิจารณานั้นเป็นได้อย่างสมบูรณ์ เพราะหากตอบคำถามขัดเเย้งกับข้อมูลที่ให้ไปก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่อาจจะใช้ข้อมูลตรงนั้นในการปฏิเสธการให้วีซ่าแก่เราก็เป็นได้เนื่องจากเกิดความสงสัยว่าเราได้ให้ข้อมูลที่เป็นจริงหรือเท็จ เคสเราใช้เวลาสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ประมาณ 30 นาที กับเจ้าหน้าที่คนไทย

 

หลังจากวันที่ยื่นเอกสารเราก็รอประมาณ 10 วันทำการก็ได้รับวีซ่า ซึ่งก็อย่างที่คิดไว้ วีซ่าของเรานั้นผ่านเป็นที่เรียบร้อยจ้าาา

 

 

 

 

 

ตัวอย่าง Timeline คร่าวๆ ในการสมัคร UK VISA

Sharing is caring!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *